ทำความเข้าใจ ก่อนซื้อแฟรนไชส์

แฟรนไชส์น้ำหอมกัลยา เป็นแฟรนไชส์มาตรฐาน ซึ่งมีข้อกำหนดและแนวทางในการประกอบธุรกิจอย่างชัดเจน ไม่เหมือนกับการขายส่งทั่วไป

แฟรนไชส์ คือการ "ก๊อปปี้ความสำเร็จ" จากธุรกิจต้นแบบ และขยายความสำเร็จนั้นไปยังผู้อื่น ดังนั้น ผู้ซื้อแฟรนไชส์ จึงต้องผ่านการอบรมมาตรฐานในการประกอบธุรกิจ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของแบรนด์ทุกประการ

หมายเหตุ: เจ้าของแฟรนไชส์ เรียกว่า แฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor) ส่วนผู้ซื้อแฟรนไชส์ เรียกว่า แฟรนไชส์ซี (Franchisee)

แฟรนไชส์น้ำหอมกัลยา ให้สิทธิ์เป็นรายจังหวัด (Area development) แบบหลายจุดจำหน่าย (Multi unit) หมายความว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ์การเป็นแฟรนไชส์ซี จะได้สิทธิในการจำหน่ายน้ำหอมกัลยา และใช้เครื่องหมายการค้าน้ำหอมกัลยาแต่เพียงผู้เดียว และสามารถมีจุดจำหน่ายได้หลายแห่ง ในจังหวัด หรือพื้นที่นั้น ๆ โดยจะต้องทำการตลาดตามที่แบรนด์กัลยากำหนด ดังนี้

ขายปลีก

โดยมีจุดจำหน่ายน้ำหอมกัลยาที่แน่นอน ใช้เป็นจุดจัดแสดง และกระจายสินค้า อาจจะเป็นหน้าร้านเดิมที่มีอยู่ เป็นร้านหรือคีออสในห้างสรรพสินค้า แผงค้าในตลาดนัด ฯลฯ หรืออกบูธขายสินค้าในงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การขายปลีกจะทำให้แฟรนไชส์ซีได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขายส่ง

โดยขายให้กับพ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายน้ำหอม การขายส่งจะช่วยให้สินค้าถูกจำหน่ายออกไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย

ฝากขาย

โดยแบ่งน้ำหอมกัลยาจำนวนหนึ่งไปฝากวางขายตามร้านต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น ร้านกาแฟ ร้านเครื่องสำอาง ร้านเสื้อผ้า ร้านทำผม ร้านทำเล็บ ร้านไปรษณีย์ พอถึงเวลาสิ้นเดือนหรือของหมดก็ไปเคลียร์รายรับกับร้านค้า การฝากขายจะช่วยกระจายสินค้า เพิ่มการมองเห็น เพิ่มโอกาสทางการขาย และมีรายได้แบบ passive เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้หาจุดวางจำหน่ายประมาณ 20-30 จุด เพื่อให้มีรายรับอย่างเพียงพอ


น้ำหอมกัลยา เป็นธุรกิจแฟรนไชส์น้ำหอมถูกกฎหมายรายแรกของประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ พ.ศ. 2560 ตามมาตรฐาน Thailand Quality Franchise Management (TQFM) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 

และได้รับรางวัล QFD (Quality Franchise Development) จากสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย พ.ศ. 2561

ถาม-ตอบ ก่อนซื้อแฟรนไชส์

ขึ้นอยู่กับความขยันของแฟรนไชส์ซี โดยส่วนใหญ่ ใช้เวลาเพียง 3-4 เดือน ก็สามารถคืนทุนได้ อย่างไรก็ดี การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นการลงทุนระยะยาว และต้องมีการใช้ทุนหมุนเวียนเรื่อย ๆ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ ควรมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้ส่วนหนึ่ง นอกเหนือจากค่าแฟรนไชส์

แฟรนไชส์ เป็นการ "ให้สิทธิ์" รายจังหวัด ในการใช้เครื่องหมายการค้า "น้ำหอมกัลยา" เพื่อประกอบธูรกิจ และมีสิทธิ์ในการเป็นผู้จำหน่ายน้ำหอมกัลยา "แต่เพียงผู้เดียว" ในพื้นที่นั้น ๆ 

ส่วนดีลเลอร์ หรือตัวแทนจำหน่าย ไม่มีสิทธิ์ขาดในการจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในพื้นที่ ซึ่งหากมีผู้สนใจเป็นแฟรนไชส์ซีในภายหลัง ดีลเลอร์ จะต้องไปซื้อสินค้ากับแฟรนไชส์ซีรายนั้น

เพราะแฟรนไชส์ คือการสร้างมาตรฐาน และการถ่ายทอดความสำเร็จสู่ผู้อื่น น้ำหอมกัลยา (รวมถึงแฟรนไชส์มาตรฐานทุกราย) จึงมีเหตุผลในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังนี้

  1. การสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ใช้เวลานาน และใช้ความพยายามอย่างมาก
  2. มีต้นทุนแฝงมากมาย ทั้งการทำตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ระบบบริหารจัดการ
  3. แฟรนไชส์ซอร์ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาแฟรนไชส์ซี
  4. น้ำหอมกัลยา ไม่เรียกเก็บค่าการตลาดจากแฟรนไชส์ซี จึงแบกต้นทุนค่าการตลาดในภาพรวมไว้เองทั้งหมด
  5. เพื่อเป็นการ "คัดเลือก" ผู้ที่มีความตั้งใจในการทำธุรกิจอย่างแท้จริง  

โดยทั่วไป ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐาน มักมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ประกอบด้วย

  1. ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจ
  2. ค่า Royalty Fee หรือ ค่าส่วนแบ่งรายได้ คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละจากยอดขายรายเดือน (น้ำหอมกัลยาไม่เรียกเก็บ royalty fee)
  3. ค่าการตลาดส่วนกลาง (Marketing fee) โดยเรียกเก็บเป็นร้อยละจากยอดขายของแฟรนไชส์ซีทุกราย เพื่อนำมาเป็น "กองทุนการตลาด" ส่วนกลาง เพื่อใช้เงินในส่วนนี้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขายให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของตัวเองทั้งระบบ (น้ำหอมกัลยาไม่เรียกเก็บ marketing fee)

แฟรนไชส์สร้างอาชีพเพื่อผู้มีรายได้น้อย

สนับสนุนโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมรายการ

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น

ชุดแฟรนไชส์ A
Powered by MakeWebEasy.com